ประเทศอังกฤษ - ระบบการศึกษา พิมพ์ อีเมล

 ข้อมูลทั่วไป   ประเภทที่พัก   ระบบการศึกษา   ค่าใช้จ่าย   การขอวีซ่า

 


ระบบการศึกษาในเครือจักรภพอังกฤษ มีวิวัฒนาการมามากกว่า 100 ปี มีหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนเมื่ออายุ 3 หรือ 4 ปี ทั้งในโรงเรียนรัฐบาล (State-Funded Schools) และโรงเรียนเอกชน (Independent Schools)



การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 - 16 ปี เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล สำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะดีและมีรสนิยมสูงมักส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ส่วนนักเรียนต่างชาตินั้นมีสิทธิลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น

ระบบการศึกษาในเครือจักรภพอังกฤษแบ่งได้เป็น 2 ระบบ คือ

• ระบบที่ใช้ในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
• ระบบที่ใช้ในสก๊อตแลนด์

แบ่งได้เป็น 4 ระดับ

การศึกษาภาคบังคับ การศึกษาตามความสมัครใจ
ประถมศึกษา A-Levels/อาชีวศึกษา/เทคนิค
มัธยมศึกษา อุดมศึกษา

ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในราชอาณาจักร เริ่มต้นภาคแรก ในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ

• ภาคต้น (Autumn Term) เริ่มปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
• ภาคกลาง (Spring Term) เริ่มกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม
• ภาคปลาย (Summer Term) เริ่มปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

ระดับประถมศึกษา (Preparatory School)

อายุระหว่าง 5-11 ปี ใช้เวลาเรียน 6 ปี ปีที่หนึ่งและปีที่สองเรียกว่า “Infants” ส่วนปีที่สามถึงปีที่หกเรียกว่า “Juniors”

นักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาจะได้เลื่อนชั้นจากปีที่หนึ่งถึงปีที่หกโดยไม่ต้องสอบ แต่จะมีการทดอบความสามารถของเด็กเมื่ออายุเจ็ดขวบ ซึ่งเน้นการเรียนรู้โดยการสำรวจมากกว่าการจำ นักเรียนต้องเรียนวิชาบังคับ เช่น อังกฤษ เลข และวิทยาศาสตร์ รวมถึงวิชาความรู้รอบตัว เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ และพลศึกษา

มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา (GCSEs)

อายุระหว่าง 11-16 ปี ใช้ระยะเวลาการเรียน 5 ปี แต่ละชั้นปีเรียกว่า “Forms” เมื่ออยู่ 4th form นักเรียนจะเริ่มเตรียมตัวสอบ “GCSE” (ใน 9 หรือ 10 วิชา) สอบ GCSE เมื่อจบ 5th form
นักเรียนจะเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับในระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุ 11 ขวบ และต้องเรียนต่อไปอีกห้าปีการศึกษา หรือที่เรียกว่า “Forms” ระหว่างการศึกษาจากปีแรกไปจนถึงปีที่ห้า นักเรียนจะมีความรู้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในวิชาที่เรียนจากชั้นประถม รวมถึงได้ศึกษาภาษาต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งภาษา ในปีที่สี่ นักเรียนจะเริ่มเตรียมตัวสอบ General Certificate of Secondary Education หรือ GCSEs ในเก้าหรือสิบวิชาที่นักเรียนเลือก หลังจากจบการศึกษาระดับภาคบังคับเมื่ออายุ 16 ปีแล้ว นักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เรียนต่อและเริ่มต้นทำงานได้

ระดับ A-Levels ที่ Sixth Form College หรือ College of Further Education

อายุระหว่าง 16 to 18 ปี ระยะเวลาการเรียน 2 ปี ปีแรกเรียกว่า “Lower Sixth” ปีที่สอง เรียกว่า “Upper Sixth” นักเรียนเริ่มเตรียมสอบ “A-Levels” (ใน 3 หรือ 4 วิชา) สอบ A-Level เมื่อจบ 6th Form และนำผลคะแนนที่ได้จากการสอบทั้ง 2 ปีมาเฉลี่ยกัน
หลังจากการสอบ GCSE นักเรียนมัธยมสามารถออกจากระบบการศึกษา เพื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอาชีพที่โรงเรียนเทคนิค โรงเรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมซึ่งเกิดขึ้นหลังจากนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับเมื่ออายุ 16 ปี มีวิทยาลัยมากกว่า 600 แห่งในสหราชอาณาจักรที่เปิดสอนหลักสูตรหลากหลาย รวมทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตรวิชาชีพ หลักสูตร Access และหลักสูตรปริญญาตรีบางวิชา

หลักสูตร GCSEs และ A levels เพื่อเตรียมสอบเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัย โดยทั่วไป นักศึกษาที่ประสงค์เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยจะเตรียมตัวสอบ A-Levels สามหรือสี่วิชา ซึ่งมักจัดขึ้นในโรงเรียนเฉพาะด้านที่รู้จักกันดีในชื่อ Sixth Form College ยิ่งได้คะแนนสอบ A-Levels สูงเท่าใด โอกาสที่นักเรียนจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่สอบ A-levels เพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

ระดับอุดมศึกษา (Higher Education)

ปริญญาตรี
อายุ 18 ปีขึ้นไป ระยะเวลาเรียน 3-4 ปี แต่ละปีการศึกษาแบ่งเป็นสองหรือสามเทอมผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรปริญญาตรี นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนวิชาในสาขา และเข้าสอบปลายภาค
ปริญญาตรีในอังกฤษแบ่งเป็นสายวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ใช้เวลาเรียนสามหรือสี่ปี ระหว่างหลักสูตร นักศึกษาต้องศึกษาจนสำเร็จวิชาตามสาขาที่เรียน ก่อนสำเร็จการศึกษานักศึกษาต้องเข้าสอบปลายภาคเสียก่อน การสมัครเข้าศึกษาระดับนี้ของนักศึกษาต่างชาติต้องใช้คะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS 6.0 ขึ้นไป) และศึกษาในระดับมัธยมเพิ่มเติมอีกหนึ่งปี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ University Foundation Year หรือผลสอบ A-Level ที่ได้คะแนนสูง

ปริญญาโท
อายุ 21 ปี ขึ้นไป หลักสูตร 1-2 ปี นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนวิชาตามที่กำหนด เขียนวิทยานิพนธ์ และสอบปลายภาค ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสามารถศึกษาต่อปริญญาเอกได้
นักศึกษามหาวิทยาลัยสามารถศึกษาต่อหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรปริญญาโทโดยทั่วไปประกอบด้วยสายศิลปศาสตร์ (MA) และสายวิทยาศาสตร์ (MSc.) แต่หลักสูตรปริญญาโทที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคือ Masters in Business Administration (MBA) ซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาโทที่ใช้เวลาศึกษาหนึ่งถึงสองปี และประกอบด้วยการสอบและวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษา
สำหรับหลักสูตรปริญญาโทบางหลักสูตร กำหนดให้ผู้เรียนต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง บางหลักสูตรผู้สมัครต้องประสบการณ์ทำงานอย่างน้อยหนึ่งหรือสองปีในสาขาที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น เช่น ผู้สมัครมีคุณวุฒิปริญญาตรีในสาขาประวัติศาตร์ แต่ผู้สมัครมีความประสงค์จะศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาวิทยาศาตร์ ผู้สมัครสามารถเรียนหลักสูตรเปลี่ยนสาขาวิชาหรือเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมระดับปริญญาโท (Pre-Master) ซึ่งเป็นการวางพื้นฐานความรู้เบื้องต้นของสาขาวิชานั้นๆให้แก่ตัวผู้สมัครเอง เพื่อให้ผู้สมัครสามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรปริญญาโทต่อไปได้

นักศึกษาต่างชาติที่ประสงค์เข้าร่วมหลักสูตรปริญญาโท โดยทั่วไปต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS 6.5) สำหรับหลักสูตร MBA ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์การทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยสองปี

ปริญญาเอก
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ การวิจัย และวิชาชีพชั้นสูงบางประเภทต้องอาศัยผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือ PhD. ซึ่งใช้เวลาศึกษาสี่ถึงห้าปีในการศึกษาระดับสูง การทำวิจัย และการเขียนวิทยานิพนธ์ นักศึกษาต่างชาติที่ประสงค์เข้าหลักสูตรปริญญาเอก โดยทั่วไปต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโท และมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS 6.5) และต้องตรวจสอบมาตรฐานการรับสมัครของแต่ละสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งด้วย

 

แผนผังแสดงระดับการศึกษาของประเทศอังกฤษ
 

     
     

You are here  :